วันพุธที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554

สาเหตุ ของการท้องผูก





1. ไม่สนใจอาหารเส้นใย
อาหารที่มีเส้นใยมากๆ จะเป็นเหมือนไม้กวาดที่เข้าไปกวาดล้างของเก่าหมักหมมให้สลายตัวออกไปจากลำไส้ของคุณ ร่างกายต้องการเส้นใยวันละ 20-25 กรัม เพื่อช่วยในการขับถ่าย แต่ทุกวันนี้ ข้าวขาว ขนมปัง เบเกอรี่ ช็อกโกแลตเป็นอาหารที่มาแรงได้ใจสาวๆ ซะจนอาหารเส้นใยแทบไม่มีโอกาสได้แจ้งเกิดเลย ท้องน้อยๆ เลยผูกเอา ..ผูกเอา

2. ความเครียด ศัตรูตัวร้าย

ความเครียดจะทำให้ระบบทุกส่วนในร่างกายรวนเร ไม่เว้นแม้แต่ระบบขับถ่าย เพราะเมื่อเกิดความเครียด ลำไส้จะหยุดบีบตัวชั่วคราว ทำให้เบื่ออาหารพร้อมกับถ่ายไม่ออก เมื่อไรที่หยุดเครียด นั่นล่ะ .. ถึงจะกลับมากินง่ายถ่ายสะดวกเหมือนเดิม

3. การกลั้นอุจจาระ

ก็ร่างกายร่ำร้องว่าจะถ่ายแล้วกลับไม่ยอมให้มันได้ทำงานเอง แล้วจะไปโทษใครได้ถ้าร่างกายจะเกิดความเคยชิน ไม่บีบตัว และไม่ถ่ายไปซะดื้อๆ นอกจากนี้ อุจจาระเก่าๆ ที่คุณกลั้นไว้ก็จะถูกดูดน้ำออกไปทุกวันๆ ทำให้มันเป็นก้อนแข็ง อุดตันปิดกั้นการเคลื่อนตัวของของเสียในลำไส้ จึงยิ่งทำให้ท้องผูกถ่ายลำบากยิ่งกว่าเดิม

4. ไม่ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเป็นการกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญอาหารที่ดีที่สุด เพราะการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องจะทำให้กล้ามเนื้อลำไส้บีบตัวและเกิดการขับถ่ายของเสียออกมา คนที่นั่งหรือนอนทั้งวัน โอกาสที่ระบบขับถ่ายจะทำงานได้ดีก็ยากหน่อยนะ

5. ทานยาระบายบ่อยครั้ง
ถ้าเป็นไปได้สาวๆ ไม่ควรจะใช้ยาถ่ายเลย เพราะการใช้สารแปลกปลอมเข้าไปช่วยในการระบาย จะไปสร้างความเคยชินให้กับลำไส้ ทำให้หยุดทำงานตามปกติ และจะบีบตัวขับถ่ายอุจจาระก็ต่อเมื่อกินยาเข้าไปกระตุ้นเท่านั้น คนที่ใช้ยาถ่ายติดต่อกันนานๆ จึงจะมีปัญหาท้องผูก ถ่ายเองไม่ได้ถ้าไม่ได้ทานยา

วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2554

วิหารแห่งเทพเจ้าโพไซดอน



โพโซดอน หรือโพเซดอน หรือโปเซตอล เป็นเทพเจ้าแห้งท้องทะเลและมหาสมุทร ผู้ปกครรองดินแดนแห่งท่องน้ำ ตั้งแต่แหล่งน้ำจืด เช่น แม่น้ำ ลำคลอง จนถึงใต้บาดาล มีตรีศูลเป็นอาวุธ บางตำนานกล่าวว่ามีท่อนล่างเป็นปลา และนอกจากนี้ยังถือว่าเป็นเทพเจ้าแห่งแผ่นดินไหว และเป็นเทพเจ้าแห่งม้าด้วย

ตามตำนานกล่าวว่าเทพเจ้าโพไซดอน เป็นบุตรของโคนัสกับรีอา มีพี่น้องร่วมบิดามารดาอีก 5 พระองค์ ซึ่งล้วนแต่เป็นเทพเจ้าแห่งโอลิมเปียนทั้งสิ้น ได้แก่


  1. เฮสเทีย เทพีแห่งเตาผิง ดูแลครัวเรือน

  2. ดีมิเตอร์ เทพแห่งพืชและการเกษตร

  3. เฮรา ชายาแห่งเทพซูส เทพีคุ้มครองสตรีและการสมรส

  4. ฮาเดส ผู้ครอบครองยมโลก

  5. ซูส ผู้เป็นใหญ่สภาเทพแห่งโอลิมปัส

รูปลักษณ์ของเทพโพไซดอน ส่วมากจะปรากฏเป็นชายวัยกลางคน รูปร่างกำยำ ล่ำสัน มีหนวดเคราถือสาม ง่ามเป็นอาวุธ ซึ่งสามง่ามนี้มีอิทธิฤทธิ์มาก สามรถดลบันดารให้เกิดทะเลคลั่งหรือแผ่นดินไหวได้ ครั้งหนึ่งโพไซดอนเคยคิดที่จะโค่นอำนาจของซูส โดยร่วมมือกับเฮรา และอะธีนา แต่ไม่สำเร็จจึงถูกซูสลงโทษ โดยการให้ไปสร้างกำแพงเมืองทลอยร่วมกับอพอลโลด้วยเช่นกัน


โพไซดอนมีมเหสีองค์หนึ่งคือแอมฟิไทรล์ ซึ่งเป็นนิริอิด หรือบุตรสาวของนีรีอัสและดอริส โพไซดอนเห็นนางเต้นรำร่วมกับเหล่านีรีอิดอื่นๆ จึงลักพาตัวนางไปเป็นชายาในดินแดนใต้สมุทร


และชายาอีกองค์หนึ่งของโพไซดอนเป็นหญิงรับใช้ของอะธีนา คือ เมดูซ่า ก่อนที่จะถูกสาบให้มีผมเป็นงู เพราะหลงใหลในความงามของเมโดซ่า เมื่ออะธีนาทราบเรื่องจึงสาบให้เมโดซ่าเป็ปีสาจที่มีผมเป็นงู และเมื่อมองใครก็จะกลายเป็นหินไปหมด เมื่อเปอร์ซิอุสตัดศีรษะของเมโดซ่าแล้ว เลือดของเมโดซ่าที่กระเด็นออกมา กลายเป็นม้าบินสองตัว คือ เพกาซัส และ คริสซาออร์ ดังนั้นจึงถือว่าทั้งเพกาซัสและคริสซาออร์เป็นลูกของโพไซดอนด้วย


โพไซดอนมีพาหนะเป็นม้าน้ำเทียมรถ ที่มีส่วนบนเป็นม้าและท่อนล่างเป็นปลา ซึ่งบางครังจะพบรูปโพไซดอนอยู่บนรถเทียมม้าน้ำนี้ขึ้นมาจากทะเล


ในสมัยโบราณที่แหลมสุนิอ้อน ห่างจากกรุงเอเธนส์ เมืองหลวงของกรีซ ไม่มาก มีวิหารที่สร้างถวายโพเซดอนอยู่

วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ทำไมชาวอเมริกันถึงเรียกไส้กรอกว่า Hotdog





ฮอทด็อก
ฮอทด็อก หรือที่คนไทยเรียกไส้กรอก เป็นอาหารยอดฮิตอย่างหนึ่งในโลก และเป็นวัฒนธรรม ตะวันตกอย่างหนึ่ง ที่หลั่งไหลเข้ามายังประเทศไทย คำเรียกภาษาไทยว่า "ไส้กรอก" หลายคนก็คงนึกออกว่า หมายถึงการนำไส้สัตว์อะไรสักอย่าง มากรอกไส้ ซึ่งก็คือเนื้อสัตว์เข้าไป แต่ถ้าเป็นภาษาอังกฤษ "ฮอทด็อก" ซึ่งแปลตรงตัวว่า "หมาร้อน" มีที่มาอย่างไร? น่าสงสัยไหมเอ่ย...
แต่ก่อนจะเฉลยคำถาม มาทราบประวัติฮอทด็อกกันก่อน
ประวัติของฮอทด็อกเริ่มตั้งแต่สมัยบาบิโลเนีย เมื่อประมาณ 3,500 ปีมาแล้ว ชาวโรมันได้นำเนื้อหมักเครื่องเทศ มายัดไว้ในไส้สัตว์ และเรียกอาหารชนิดนี้ว่า Salsus ซึ่งต่อมาเรียกเพี้ยนเป็น Sausage ในภาษาอังกฤษนั่นเอง
ในสมัยยุคกลาง ชาวยุโรปได้พัฒนาสูตร รสชาติ และรูปร่างไส้กรอกเป็นของตนเอง และตั้งชื่อไส้กรอกตามชื่อเมือง ที่เป็นถิ่นกำเนิด เช่น ไส้กรอกเวียนนา เป็นต้น เยอรมนีถือเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงทางด้านไส้กรอก ตำรับไส้กรอกหลากหลายยี่ห้อล้วนถือกำเนิดที่นี่ แต่ที่โด่งดัง เป็นที่นิยมกันมาก เห็นจะได้แก่ แฟรงเฟอเตอร์ ซึ่งผู้ผลิตขึ้นคนแรกเป็นชาวแฟรงค์เฟิร์ต แฟรงเฟอเตอร์ เป็นไส้กรอกขนาดหนา เนื้อนุ่ม ใส่เครื่องเทศ และรมควันจนหอมกรุ่น มีรูปร่างโค้งเล็กน้อย คล้ายรูปร่างของสุนัขดัชชุนด์ เล่ากันว่า ผู้คิดไส้กรอกชนิดนี้ ได้แรงบันดาลใจจากสุนัขดัชชุนด์ที่เขาเลี้ยงไว้ ก็เลยทำไส้กรอกออกมาให้รูปร่างเหมือนสุนัข และบางคนก็เลยเรียกไส้กรอกประเภทนี้ว่า "ไส้กรอกดัชชุนด์"
ในสมัยที่ชาวยุโรปอพยพไปอยู่ที่อเมริกา แน่นอนต้องนำอาหารยอดฮิตนี้ติดตัวไปด้วย และความอร่อยก็ทำให้ไส้กรอก กลายเป็นอาหารยอดฮิตของอเมริกันชน ผู้พิสมัยความรวดเร็วในทุกด้าน
ในปี ค.ศ. 1906 นักวาดการ์ตูนชื่อ โทมัน ดอร์แกน ได้แรงบันดาลใจจากรูปร่างของไส้กรอกดัชชุนด์ และเสียงพ่อค้าขายไส้กรอก ที่มักเรียกความสนใจจากลูกค้าด้วยการ "เห่า" จึงวาดรูปการ์ตูนเป็นรูป สุนัขดัชชุนด์ประกบด้วยขนมปัง ราดมัสตาร์ด และเขียนบรรยายใต้ภาพว่า "ซื้อหมาร้อนๆ" มีคนเล่ากันต่อมาว่า ที่อีตาดอร์แกนต้องเขียนเช่นนั้น ก็เพราะแกสะกดคำว่า ดัชชุนด์ไม่ได้ ก็เลยใช้คำว่า "หมา" แทน การ์ตูนดังกล่าวคงจ๊าบโดนใจคนหลายคน คนอเมริกันก็เลยพากันเรียกไส้กรอกว่า "ฮอทด็อก" ไปตามๆ กัน

ชาวจีนก็เรียกทับศัพท์ตามไอ้กันว่า "เย่อโก่ว" (热狗)...
แปลได้ว่า.."หมาร้อน"